Key Takeaways
ค่า TDS (Total Dissolved Solids) คือค่าที่ใช้วัดปริมาณสารที่ละลายอยู่ในน้ำทั้งหมด ซึ่งช่วยบอกลักษณะของน้ำ เช่น รสชาติ ความกระด้าง แนวโน้มการเกิดคราบตะกรัน และประสิทธิภาพของระบบกรองน้ำบางประเภท แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าน้ำปลอดภัยจากเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนหรือไม่ โดยทั่วไปน้ำดื่มควรมีค่า TDS ไม่เกิน 500 ppm อย่างไรก็ตาม การเลือกเครื่องกรองน้ำและการประเมินคุณภาพน้ำควรพิจารณาปัจจัยด้านอื่นร่วมกับค่า TDS เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและเหมาะสมต่อการบริโภค
เวลาเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำ เรามักจะเห็นคำว่า “TDS” ปรากฏอยู่ ซึ่ง TDS คือค่าตัวเลขที่ชี้วัดคุณภาพน้ำ สามารถตรวจวัดได้ง่าย และช่วยบอกปริมาณสารที่ละลายอยู่ในน้ำได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หลายคนมักเข้าใจความหมายของค่า TDS คลาดเคลื่อน โดยคิดว่ายิ่งค่า TDS ต่ำยิ่งปลอดภัย หรือยิ่งสูงยิ่งอันตราย ทั้งที่ความจริงแล้วน้ำที่มีค่า TDS ต่ำ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยจากเชื้อโรค สารเคมี หรือโลหะหนักเสมอไป ในขณะที่น้ำที่มีค่า TDS สูงกว่าบางช่วง ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอันตรายต่อร่างกาย เพราะบางครั้งแร่ธาตุที่มีประโยชน์ก็อาจทำให้ค่า TDS สูงขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น เราจะพาไปทำความเข้าใจว่า ค่า TDS คืออะไรกันแน่ และสามารถบอกอะไรกับเราได้บ้าง รวมถึงค่า TDS มาตรฐานที่สามารถดื่มได้ควรอยู่ที่เท่าไหร่ เพื่อจะได้เลือกเครื่องกรองน้ำได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
TDS คืออะไร ?
ค่า TDS ย่อมาจาก Total Dissolved Solids หรือ “ปริมาณของแข็งที่ละลายอยู่ในน้ำทั้งหมด” ซึ่งเป็นค่าที่ใช้บอกว่าในน้ำมีสารที่ละลายอยู่รวมกันมากน้อยแค่ไหน โดยสารเหล่านี้อาจเป็นทั้งแร่ธาตุ เกลือแร่ และสารประกอบต่าง ๆ ที่ละลายอยู่ตามธรรมชาติหรือปะปนมากับน้ำ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ ซัลเฟต ไบคาร์บอเนต รวมถึงสารอินทรีย์บางชนิด
หากอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ค่า TDS คือ ตัวเลขที่บอกว่า “ในน้ำ 1 ลิตร มีสารที่ละลายอยู่รวมกันประมาณเท่าไหร่” แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าสารเหล่านั้นคืออะไร หรือมีประโยชน์หรือเป็นอันตรายต่อร่างกายหรือไม่
โดยทั่วไป ค่า TDS จะวัดเป็นหน่วยมิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) ซึ่งมีค่าใกล้เคียงกับหน่วย ppm (Parts Per Million) ที่เราเห็นบนเครื่องวัด TDS ทั่วไป เช่น หากเครื่องวัดได้ 50 ppm หมายถึง ในน้ำมีสารละลายรวมประมาณ 50 มิลลิกรัมต่อลิตร
ดังนั้น เวลาที่ใช้เครื่องวัด TDS สิ่งที่เครื่องกำลังวัดคือปริมาณสารที่ละลายอยู่ในน้ำทั้งหมด ไม่ใช่การตรวจว่าน้ำนั้นสะอาด ปลอดภัย หรือมีเชื้อโรคปนเปื้อนหรือไม่ เพราะแม้น้ำจะมีค่า TDS ต่ำ ก็ยังอาจมีเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารปนเปื้อนบางชนิดที่เครื่องวัด TDS ไม่สามารถตรวจจับได้
ค่า TDS บอกอะไรเราได้บ้าง ?
แม้ว่าค่า TDS จะไม่ได้บอกคุณภาพน้ำทั้งหมด แต่ก็ช่วยให้ประเมินลักษณะของน้ำได้หลายด้าน เช่น
รสชาติของน้ำ
สิ่งที่สัมพันธ์กับค่า TDS มากที่สุดคือ รสชาติของน้ำ เพราะปริมาณแร่ธาตุและสารที่ละลายอยู่ในน้ำส่งผลต่อความรู้สึกเวลาที่เราดื่มน้ำโดยตรง
- ค่า TDS ต่ำมาก น้ำมักมีรสเบา จืด หรือให้ความรู้สึกนุ่ม
- ค่า TDS ปานกลาง หลายคนมักรู้สึกว่าดื่มง่าย รสชาติกำลังดี
- ค่า TDS สูงมาก อาจเริ่มรู้สึกเค็ม ขม หรือมีรสแร่ธาตุชัดเจน
ทั้งนี้ รสชาติเป็นเรื่องของความชอบส่วนบุคคล จึงไม่มีตัวเลขที่ถือว่าดีที่สุดสำหรับทุกคน
ความกระด้างของน้ำ
แร่ธาตุอย่างแคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ค่า TDS สูงขึ้น
แม้ค่า TDS จะไม่ใช่ค่าที่ใช้วัดความกระด้างโดยตรง แต่หากตัวเลขสูงขึ้นจากแร่ธาตุทั้งสองชนิดนี้ ก็มีแนวโน้มว่าน้ำจะมีความกระด้างมากขึ้นตามไปด้วย
แนวโน้มการเกิดคราบตะกรัน
น้ำที่มีแร่ธาตุละลายอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะแคลเซียมและแมกนีเซียม มักทำให้เกิดคราบตะกรันสะสมที่กาต้มน้ำ เครื่องชงกาแฟ เครื่องทำน้ำร้อน หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับน้ำ ซึ่งอาจทำให้อายุการใช้งานสั้นลง การตรวจค่า TDS จึงช่วยประเมินเบื้องต้นได้ว่าน้ำมีแนวโน้มเกิดคราบตะกรันมากน้อยเพียงใด
ประสิทธิภาพของระบบกรองน้ำบางประเภท
หลายคนเลือกใช้เครื่องวัด TDS เพื่อเปรียบเทียบค่าก่อนและหลังติดตั้งเครื่องกรองน้ำ เพราะหากระบบกรองสามารถลดสารละลายขนาดเล็กได้ ค่า TDS ก็มักลดลงตาม อย่างไรก็ตาม ระบบกรองแต่ละประเภทมีหลักการทำงานแตกต่างกัน จึงไม่ได้ทำให้ค่า TDS ลดลงเท่ากัน เช่น
- ไส้กรองคาร์บอน (Carbon Filter) ช่วยลดคลอรีน สี กลิ่น และสารอินทรีย์บางชนิด แต่ค่า TDS อาจเปลี่ยนแปลงไม่มาก
- ไส้กรอง UF (Ultrafiltration) ช่วยกรองสิ่งสกปรกและจุลินทรีย์ แต่ยังคงแร่ธาตุไว้ส่วนใหญ่ จึงทำให้ค่า TDS เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
- ระบบ RO (Reverse Osmosis) สามารถกรองสารละลายขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ค่า TDS ลดลงอย่างชัดเจน
น้ำที่ผ่านระบบ RO มักมีค่า TDS ต่ำ
น้ำที่ผ่านระบบ Reverse Osmosis (RO) มักมีค่า TDS ต่ำกว่าน้ำประปาทั่วไป เพราะระบบนี้สามารถกรองสารละลายขนาดเล็ก รวมถึงแร่ธาตุบางส่วนออกจากน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้น้ำมีลักษณะใส รสเบาบาง และมีปริมาณสารละลายโดยรวมน้อยลง
อย่างไรก็ตาม ค่า TDS ที่ต่ำกว่า ไม่ได้หมายความว่าน้ำมีคุณภาพดีหรือปลอดภัยกว่าเสมอไป เพราะคุณภาพน้ำยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งแหล่งน้ำ ระบบกรอง และการปนเปื้อนของเชื้อโรค หรือสารอันตรายที่เครื่องวัด TDS ไม่สามารถตรวจจับได้

ค่า TDS มาตรฐานควรอยู่ที่เท่าไหร่ ?
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ค่า TDS มาตรฐานในน้ำที่สามารถดื่มได้ไม่ควรเกิน 500 ppm จึงเหมาะสมต่อการบริโภคและปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนค่าที่สูงกว่านี้อาจเริ่มส่งผลต่อรสชาติ ทำให้น้ำมีความเค็ม ขม หรือมีรสแร่ธาตุชัดเจนขึ้น
อย่างไรก็ตาม การดูเฉพาะค่า TDS มาตรฐานน้ำประปาเพียงอย่างเดียวอาจทำให้เข้าใจผิดได้ เพราะเครื่องวัด TDS ไม่สามารถบอกได้ว่าสารที่ละลายอยู่ในน้ำคืออะไร บางพื้นที่อาจมีค่า TDS สูงจากแร่ธาตุตามธรรมชาติ ขณะที่บางพื้นที่อาจมีค่า TDS ต่ำ แต่ยังมีเชื้อโรคหรือสารปนเปื้อนที่เครื่องวัดไม่สามารถตรวจจับได้ ดังนั้นการประเมินคุณภาพน้ำที่เหมาะสม ควรดูค่า TDS ควบคู่กับมาตรฐานคุณภาพน้ำด้านอื่น ๆ รวมถึงเลือกใช้เครื่องกรองน้ำดื่มที่เหมาะกับสภาพน้ำในแต่ละพื้นที่
ตารางค่า TDS โดยประมาณและความหมายเบื้องต้น
| ระดับ TDS (ppm) | คุณภาพน้ำ | ลักษณะรสชาติ |
|---|---|---|
| ต่ำกว่า 50-250 | ต่ำ | มีแร่ธาตุค่อนข้างน้อย น้ำอาจมีรสจืด |
| 300-500 | เหมาะสม | มีแร่ธาตุอยู่ในระดับเหมาะสม รสชาติดี สามารถดื่มได้ ไม่มีกลิ่นหรือรสชาติที่ผิดปกติ |
| 600-900 | ไม่ดีเท่าไหร่ | ยังสามารถดื่มได้ แต่มีแร่ธาตุค่อนข้างสูง รสชาติอาจเริ่มเปลี่ยนไป จำเป็นต้องใช้ระบบกรอง เช่น RO เพื่อลดค่า TDS |
| 1,000-2,000 | ไม่แนะนำให้ดื่ม | มีสารละลายรวมสูง รสชาติไม่พึงประสงค์ และไม่เหมาะสำหรับการดื่ม |
การเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำที่ดีถือเป็นการลงทุนกับสุขภาพ ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตของทุกคนในบ้าน Wells จึงออกแบบเครื่องกรองน้ำแต่ละรุ่นให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันอย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น Wells The One สำหรับครอบครัวที่ต้องการฟังก์ชันน้ำหลายอุณหภูมิ Wells tt UV+ สำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับระบบฆ่าเชื้อขั้นสูง หรือ Wells Mini สำหรับบ้านและคอนโดมิเนียมที่ต้องการความเรียบง่าย ประหยัดพื้นที่ และไม่ใช้ไฟฟ้า
หากคุณกำลังมองหาเครื่องกรองน้ำดื่มที่ให้มากกว่าความสะอาด Wells คือทางเลือกที่ผสานเทคโนโลยีการกรองระดับนาโน ดีไซน์พรีเมียม และการใช้งานที่คิดมาเพื่อชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง ให้ทุกแก้วน้ำเป็นทั้งความมั่นใจ ความสบายใจ และความใส่ใจต่อสุขภาพของคนที่คุณรัก สามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำ และนวัตกรรมเครื่องใช้เพื่อสุขภาพจาก Wells เพิ่มเติมได้ที่
- LINE OA: @wellsthailand หรือ https://bit.ly/36pYHXp
- เบอร์โทรศัพท์: 082-826-4999
- อีเมล: info@wellsthailand.com
ข้อมูลอ้างอิง
- What is TDS in Water & Why Should You Measure It?. สืบค้น ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.lapl.org/neisci/kits/water-quality/why
- Total dissolved solids in Drinking-water. สืบค้น ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 จาก https://www.who.int/docs/default-source/wash-documents/wash-chemicals/total-dissolved-solids-background-document.pdf
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่า TDS (FAQs)
- Q : ค่า TDS เท่าไหร่ถึงเหมาะกับการดื่ม ?A : โดยทั่วไป องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำให้น้ำดื่มมีค่า TDS ไม่เกิน 500 ppm จึงถือว่าเหมาะสำหรับการบริโภค อย่างไรก็ตาม ค่า TDS เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้ตัดสินว่าน้ำปลอดภัยหรือไม่ ควรพิจารณาคุณภาพน้ำด้านอื่นร่วมด้วย เช่น การปนเปื้อนของเชื้อโรค โลหะหนัก และสารเคมี
- Q : น้ำประปากรุงเทพฯ vs ต่างจังหวัด TDS ต่างกันแค่ไหน ?A : ค่า TDS ของน้ำประปาแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันตามแหล่งน้ำดิบและกระบวนการผลิตน้ำประปา โดยทั่วไป น้ำประปากรุงเทพฯ มักมีค่า TDS ค่อนข้างคงที่และอยู่ในระดับปานกลาง ส่วนในต่างจังหวัดอาจมีค่าต่ำหรือสูงกว่าได้ ขึ้นอยู่กับว่าใช้น้ำจากแม่น้ำ อ่างเก็บน้ำ หรือน้ำบาดาล ดังนั้นจึงไม่มีตัวเลขมาตรฐานเดียวสำหรับทุกจังหวัด หากต้องการทราบค่าที่แท้จริงควรวัดจากน้ำในพื้นที่ที่ใช้งานจริง
- Q : ค่า TDS ต่ำมากหมายความว่าน้ำสะอาดกว่าหรือไม่ ?A : ไม่เสมอไป เพราะค่า TDS เป็นเพียงตัวบ่งชี้ปริมาณสารที่ละลายอยู่ในน้ำ ไม่สามารถตรวจจับเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส หรือสารเคมีอันตรายได้ น้ำที่มีค่า TDS ต่ำจึงไม่ได้หมายความว่าปลอดภัยกว่าน้ำที่มีค่า TDS สูงกว่าเสมอ
- Q : เครื่องวัด TDS ใช้ตรวจคุณภาพน้ำได้ครบทุกด้านหรือไม่ ?A : ไม่ได้ เครื่องวัด TDS ใช้วัดปริมาณของแข็งที่ละลายในน้ำเท่านั้น ไม่สามารถระบุได้ว่าสารที่ละลายอยู่คืออะไร รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบเชื้อโรค สารพิษ หรือโลหะหนักได้ จึงควรใช้เป็นเครื่องมือประเมินเบื้องต้นร่วมกับการตรวจคุณภาพน้ำด้านอื่น
- Q : ทำไมติดตั้งเครื่องกรองน้ำแล้วค่า TDS ยังไม่ลดลง ?A : เป็นเรื่องปกติหากใช้เครื่องกรองประเภท Carbon Filter หรือ UF (Ultrafiltration) เพราะระบบเหล่านี้เน้นกรองคลอรีน กลิ่น สี ตะกอน และจุลินทรีย์ แต่ยังคงแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำไว้เป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ค่า TDS เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
- Q : ระบบ RO เหมาะกับน้ำที่มีค่า TDS สูงหรือไม่ ?A : เหมาะในกรณีที่น้ำมีสารละลายรวมสูงหรือมีความกระด้างมาก เพราะระบบ Reverse Osmosis (RO) สามารถลดสารละลายและแร่ธาตุขนาดเล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ค่า TDS ลดลงอย่างชัดเจน แต่การเลือกใช้ระบบกรองควรพิจารณาจากสภาพน้ำจริงและความต้องการใช้งานร่วมด้วย
- Q : หากค่า TDS เปลี่ยนแปลงจากเดิม ควรทำอย่างไร ?A : หากพบว่าค่า TDS สูงขึ้นหรือต่ำลงผิดปกติจากเดิม ควรตรวจสอบแหล่งน้ำ สภาพไส้กรอง และบำรุงรักษาเครื่องกรองน้ำตามระยะที่ผู้ผลิตแนะนำ หากยังพบความผิดปกติหรือกังวลเรื่องคุณภาพน้ำ ควรส่งตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมเพื่อประเมินสารปนเปื้อนที่เครื่องวัด TDS ไม่สามารถตรวจจับได้





